กรมเจ้าท่า จัดพิธีปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ เรือตรวจการณ์และเรือรักษาการณ์ในคืนวันลอยกระทง ตรวจตราการจราจรทางน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา ดูแลความเรียบร้อยของการใช้โป๊ะและท่าเทียบเรือโดยสารต่างๆ...
เมื่อเวลา 17.30 น. นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานรักษาการณ์ทางน้ำเพื่อลงเรือ ปฏิบัติหน้าที่ในคืนวันลอยกระทง ประจำปี 2558 พร้อมทั้งร่วมลงเรือ “เจ้าท่า 37” ตรวจตราการจราจรทางน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา ดูแลความเรียบร้อยของการใช้โป๊ะและท่าเทียบเรือโดยสารต่างๆ ตามแผนรักษาการณ์ทางน้ำ ช่วงเทศกาลลอยกระทง ณ ยอดพิมาน ริเวอร์ วอล์ค ปากคลองตลาด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของกรมเจ้าท่า ผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
นายชาติชาย กล่าวว่า กรมเจ้าท่า ถือเป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ตรวจตรา ควบคุม ดูแลการเดินเรือและการสัญจรทางน้ำ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงได้กำหนดมาตรการความปลอดภัย และการควบคุมการจราจรทางน้ำในวันลอยกระทงคืนวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 58 ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบกิจการ ผู้ใช้เรือ ผู้ครอบครองโป๊ะเทียบเรือ ติดตั้งป้ายระบุจำนวนคนที่สามารถรับน้ำหนักในที่มองเห็นชัดเจน พร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างตลอดทั่วบริเวณ โป๊ะเรือและทางขึ้น-ลง ต้องมีพวงชูชีพประจำทุกโป๊ะ อีกทั้งให้เจ้าของเรือและผู้ควบคุมเรือ ทำการตรวจสภาพเรือให้มีความปลอดภัย ให้มีป้ายระบุจำนวนรองรับผู้โดยสารติดอยู่ข้างตัวเรือ มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต เช่น เบาะชูชีพ เสื้อชูชีพ และเครื่องมือดับเพลิง ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา ประชาชนทั่วไปก็ให้ระมัดระวังในการขึ้น-ลงเรือ หรือในขณะเรือโคลงให้ผู้โดยสารพยายามจับพนักที่นั่ง รวมทั้งแต่งกายให้เหมาะสม และถอดง่ายเพื่อสะดวกแก่ผู้ช่วยเหลือ
ขณะเดียวกัน ทางกรมเจ้าท่ายังได้ห้ามดื่มสุราหรือเสพของมึนเมา ห้ามจุดดอกไม้ไฟในเรือ บนโป๊ะท่าเทียบเรือ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายแก่เรือลำอื่นและประชาชนทั่วไปได้ โดยเรือทุกลำต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและให้ปฏิบัติตามคำสั่งของ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเรือรักษาการณ์ และตามท่าเรือต่างๆ ตามมาตรา 52 ทวิ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ 500 - 1,000 บาท และกรมเจ้าท่า มีอำนาจยึดประกาศนียบัตรของผู้ควบคุมเรือได้
นอกจากนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวพร้อมกับสร้างความปลอดภัยในช่วงที่มี ประชาชนและนักท่องเที่ยวหนาแน่น กรมเจ้าท่าได้ออกประกาศกำหนดให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่ควบคุมการเดิน เรือในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ระหว่างเวลา 16.00 – 24.00 น. ตั้งแต่ทิศเหนือจากสะพานพระราม 7 จนถึงทิศใต้ที่สะพานพระราม 9 โดยห้ามเรือเดินทะเล เรือลากจูงลำเลียงสินค้า เรือบรรทุกสินค้าอันตรายเดินเรือในเวลาดังกล่าว ส่วนเรือข้ามฟากสามารถให้บริการได้ตามปกติ สำหรับเรือโดยสารที่เดินเรือเข้าเขตควบคุม ให้เรือที่ล่องไปทางทิศใต้เดินเรือชิดฝั่งตะวันตก(ฝั่งธนบุรี) และเรือที่ล่องขึ้น ทางทิศเหนือให้เดินเรือชิดฝั่งตะวันออก(พระนคร) โดยต้องเดินเรือด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ กรมเจ้าท่ามีการปฏิบัติการด้านความปลอดภัยเป็นพิเศษในคืนวันลอยกระทงในปี 2558 ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของกรมฯ รวมทั้งสิ้น 200 คน พร้อมด้วยเรือยนต์ตรวจการณ์จำนวน 14 ลำ แยกเป็น เรือตรวจการณ์ทั่วไป 2 ลำ, เรือรักษาการณ์ประจำพื้นที่ 12 ลำ, เจ้าหน้าที่รักษาการณ์ 28 คน, เจ้าหน้าที่คนประจำเรือ 35 คน, เจ้าหน้าที่ ประจำท่าเทียบเรือ 110 คน จำนวน 62 ท่าเรือ, เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยทางน้ำ 9 คน รวมทั้งเครือข่ายอาสาวารีกรมเจ้าท่า และยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ กองทัพเรือ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กองบังคับการตำรวจน้ำ, กรุงเทพมหานคร, มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งฯ, มูลนิธิร่วมกตัญญู, สมาคมเรือไทย, หน่วยแพทย์กู้ชีวิต, สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, เรือด่วนเจ้าพระยา และศูนย์ปลอดภัย กระทรวงคมนาคม ในการประสานความร่วมมือกันอีกด้วย
ทั้งนี้ กรมเจ้าท่ายังได้จัดเตรียมกระชอนสำหรับการลอยกระทง ไว้ตามท่าเรือต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพื่อความปลอดภัยแก่ประชาชนดังนั้น เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนและ นักท่องเที่ยวอย่างเต็มกำลัง ความสามารถ กรมเจ้าท่า จึงได้จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความปลอดภัยทางน้ำและศูนย์ความปลอดภัยทางน้ำ (ส่วนกลางตั้งอยู่ที่กรมเจ้าท่า ส่วนภูมิภาคตั้งอยู่ที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ) และจัดตั้งศูนย์อำนวยการดูแลความปลอดภัยทางน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่ม 5 แห่ง ประกอบด้วย ท่าเรือสะพานพระราม 8, ท่าเรือยอดพิมาน, ท่าเรือริเวอร์ซิตี้, ท่าเรือสาทร และท่าเรือเอเชียทีค โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุทางน้ำและ เรื่องร้องทุกข์ต่างๆ ได้ที่ สายด่วน 1199 หรือ 0-2233-0437 ตลอด 24 ชั่วโมง.
ที่มา:thairath.com.th
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น